ประโยชน์ของ พ.ร.บ.

                    ผู้ใช้รถหรือเจ้าของรถทุกชนิด ตั้งแต่รถมอเตอร์ไซด์ รถเก๋ง รถกระบะและรถบรรทุกขนาดต่างๆ ทุกคนทราบดีว่า รถทุกคันทุกชนิดต้องมีการจัดทำหรือซื้อ พ.ร.บ. ตามที่กฏหมายกำหนด เจ้าของรถหรือผู้ใช้รถรับรู้ว่าถ้ารถไม่มี พ.ร.บ. แล้วเอามาวิ่งบนถนนถ้าตำรวจเรียกตรวจจัต้องโดนปรับ หรือเมื่อต้องต่อภาษีประจำปีของรถถ้าไม่มี พ.ร.บ. ก็จะต่อภาษีไม่ได้ ช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือค่าปลงศพ จากอุบัติเหคุรถชนกัน ในส่วนรายละเอียดของค่ารักษาพยาบาลหรือค่าปลงศพ จะมีข้อมูลจากหลายๆที่ได้ให้ข้อมูลไว้แล้ว
                    แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบหรือเข้าใจในเจตนารมย์ของ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งรองประธานคณะกรรมการประกันภันยานยนต์ ได้ชี้แจงไว้ดิงนี้
  - เพื่อเป็นมาตรการให้การคุ้มครองต่อชีวิตรางกายของมนุษย์ในอนาคต
  - เพื่อเป็นมาตรการมาตราการทางสังคมที่มุ่งให้ความช่วยเหลือต่อผู้ประสบภัยจากรถอย่างทันท่วงที
  - เพื่อเป็นมาตรการที่ให้ผู้มีฐานะทางสังคมโดยเฉพาะเจ้าของรถเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม
  - เพื่อเป็นมาตรการทางสังคมเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกตวามรับผิดชอบแก่ผู้ขับขี่รถ
  - เพื่อเป็นมาตรการทางสังคมเพื่อบรรเทาโทษแก่ผู้ขับขี่รถ
  - เพื่อเป็นหลักประกันในการให้ความคุ้มครองต่อบุคคลที่สามเป็นสำคัญ
  - เพื่อเป็นกฏหมายที่ส่งเสริมให้สังคมดูแลซึ่งกันและกันโดยรัฐเป็นผู้ส่งเสริมผู้กำกับดูแล
                 
                   จะเห็นได้ว่าหลักสำคัญของ พ.ร.บ. ตือให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุรถชนกัน โดยให้ทุกคนในสังคมหรือเจ้าของรถเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ โดยการจ่ายค่า พ.ร.บ.หลักร้อยหรือพันต้นๆ แต่จะมีค่ารักษาพยาบาลให้ผู้ประสบภัยตั้งแต่30,000-80,000 บาท หรือถ้าเสียชืวิตจะได้รับค่าปลงศพมากถึง300,000บาท แต่ไม่ใช่แค่ผู้ประสบภัยเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์ เจ้าของรถหรือผู้ขับขี่ก็ได้รับประโยชน์ในการบรรเทาโทษ จากค่ารักษาพยาบาลหรือค่าปลงศพที่จ่ายให้ผู้ประสบภัยด้วย


ขอบคุณข้อมูล:https://www.tgia.org/upload/file_group/9/download_1217.pdf

ความคิดเห็น